คำแปง's profileอย่าว่าแต่เขา แล้วอิเหนา...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
อย่าว่าแต่เขา แล้วอิเหนาทำเองเพ่งดูความผิดของตน อย่าดูความผิดของคนอื่น ... |
|||||||||||||||||||||||
|
October 05 ก่อนแต่ง หลังแต่งก่อนแต่งงาน ชาย: ใช่เลย! ในที่สุดก็ถึงเวลาซักที ผมรอไม่ไหวแล้ว หญิง: เธอคิดจะเลิกกับฉันไหม ? ชาย: ไม่แน่นอน อย่าแม้แต่เพียงแค่คิด หญิง: เธอยังรักฉันอยู่หรือเปล่า ? ชาย: แน่นอน! หญิง: เธอเคยคิดจะเอาเปรียบฉันบ้างหรือเปล่า ? ชาย: ไม่หรอก! ทำไมเธอถามอย่างนี้ละ หญิง: เธอจะกอดฉันไหม ? ชาย: ได้ซิ! หญิง: เธอจะทำร้ายฉันไหม ? ชาย: ไม่มีทาง! ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น หญิง: ฉันจะไว้ใจคุณได้ไหม ? หลังแต่งงาน อ่านจากบรรทัดล่างสุด ขึ้นด้านบน October 01 ถือ (ก็) หนัก วาง (ก็) เบา...พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธีปุจฉา อยากขอคำอธิบายเรื่อง “สัพเพ ธัมมา นาลัง อะภินิเวสายะ” ที่ท่านพุทธทาสกล่าวว่า เป็นคำสอนระดับหัวใจสำคัญของพุทธศาสนา น้ำเพชร/กาญจนบุรี วิสัชนา ลองอ่านนิทานปรัชญาต่อไปนี้ บางทีอาจมีคำตอบที่ตรงกับใจของคุณก็เป็นได้ แม้จะเขียนไว้นานแล้ว แต่เมื่อว่าโดยเนื้อหาสาระ คิดว่าคงพอจะทำให้มองเห็นแก่นสาระสำคัญ ของข้อความข้างต้นนั้นได้บ้าง ถือ (ก็) หนัก วาง (ก็) เบา เคยมีคนไปกราบทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพระองค์ให้เหลือเพียงสั้นๆ ทว่า ครอบคลุมใจความทั้งหมดแห่งพระพุทธศาสนา พระองค์ตรัสว่า หากจะให้สรุปเช่นนั้น ก็ขอสรุปเช่นนั้นก็ขอสรุปว่า ใจความแห่งคำสอนของพระองค์ขึ้นอยู่กับประโยคที่ว่า “สัพเพ ธัมมานาลัง อะภินิเวสายะ ใดใดในโลกอันบุคคลไม่ควรยึดติดถือมั่น” ทำไมจึงไม่ควรยึดติดถือมั่น เพราะที่ใดมีความถือมั่น ที่นั่นก็มีความทุกข์ ความทุกข์ขยายตัวตามระดับความเข้มข้นของความยึดติด ยึดมาก ติดมาก จึงทุกข์น้อย ไม่ยึด ไม่ติด จึงไม่ทุกข์ ความไม่ยึดติดถือมั่น กล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า “ความปล่อยวาง” ทำไมจึงต้องปล่อยวาง เพราะทุกอย่าง “มีความว่าง” มาแต่เดิม คนที่หลงกอด “ความว่าง” โดยคิดว่าเป็น “ความมี” ทำไมจะไม่ทุกข์ ? พระบวชใหม่รูปหนึ่ง เดินบิณฑบาตผ่านชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งมีผู้คนจอแจ ขณะเดินสำรวมก้มหน้าแต่พอประมาณ เพื่อเดินผ่านชุมชนไปอย่างช้าๆ นั้นเอง จู่ๆ ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งใส่สูท ผูกเนคไท สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาหาท่าน พร้อมทั้งชี้หน้าด่าท่านอย่างสาดเสียเทเสีย พระรูปตกตะลึง รีบเดินหนี แต่แม้ท่านจะเดินหนีชายคนนั้นพ้นแล้ว แต่เสียงด่าของเขายังคงก้อง อยู่ในโสตประสาทของท่านอย่างชัดถ้อยชัดคำ เมื่อกลับถึงวัด พลันที่คิดถึงเหตุการณ์ ที่ตนถูกชี้หน้าด่ากลางฝูงชน พระหนุ่มก็รู้สึกโกรธจนหน้าแดงก่ำ ยิ่งคิดต่อไปว่าชายคนนั้นมาชี้หน้าด่าตน ซึ่งเป็นพระและตนเองก็จำได้ว่า ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระธรรมวินัย ก็ยังไม่เคยทำอะไรผิด คิดมาถึงขั้นว่า ตนไม่ผิด แต่ทำไมตนต้องถูกด่า ยิ่งเจ็บ ยิ่งแค้น วันที่ท่านถูกด่ากลางชุมชนนั้นเป็นวันศุกร์ แต่ตกถึงเช้าวันจันทร์ท่านก็ยังไม่หายโกรธ เช้าวันจันทร์นั้น พระบวชใหม่ประคองบาตร เดินผ่านชุมชนนั้นเหมือนเดิม ท่านพยายามสอดส่ายสายตามองหาชายคนเดิม ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องถามให้รู้เรื่อง ว่าเหตุจึงมาชี้หน้าด่าตนเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ยิ่งพยายามค้นหา กลับยิ่งไม่พอ ท่านจึงเดินสำรวจรับอาหารบิณฑบาตต่อไป จนได้อาหารเต็มบาตรแล้วจึงเดินกลับวัด ระหว่างทางกลับวัด โดยไม่คาดฝัน พระหนุ่มทอดสายตาไปพบกับชายคนหนึ่งสวมสูท ผูกเทคไท ใส่แว่นตาดำ ท่านอุทานในใจว่า “อ๋อ เจ้าคนนี้เองที่ด่าฉันเมื่อวันศุกร์” ภาพที่เห็นก็คือ ชายแต่งตัวดีคนนั้น นอนหลับหมดสติอยู่ข้างศาลเจ้าแห่งหนึ่ง ข้างๆ ตัวเขามีขวดเหล้าล้มกลิ้งอยู่ พอท่านพยายามเดินเข้าไปมองใกล้ๆ เขาจึงเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา พอเห็นท่านเท่านั้นชายคนนั้นก็ร้องขึ้นมาว่า “ขอเดชะ พระอาญาไม่พ้นกล้าฯ บัดนี้ พระองค์ทรงกลับมาครองอยุธยาอีกครั้งหนึ่งแล้วกระนั้นหรือ...” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นกำเฉิบๆ พลันที่ท่านประเมินว่าชายแต่งตัวดี คนที่ชี้หน้าด่าท่านเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว เป็นคนบ้าที่มาในร่างของคนแต่งตัวดีเท่านั้นเอง ความโกรธที่ก่อตัวเป็นเมฆดำทะมึน อยู่ในใจของท่านมานานถึงสามวัน ก็พลันอันตรธานไปอย่างง่ายดายชนิดไร้ร่องรอย ทำไม เราจึงปล่อยวางต่อคนบ้าได้ง่ายดายเหลือเกิน ? แต่กับคนปกติ ทำไม เราจึงมีความรู้สึกว่าต้องเอาเรื่องราวให้ถึงที่สุด ? อิ่มเดียวหลับเดียวของในหลวงของเราอิ่มเดียวหลับเดียวของในหลวงของเรา
ในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ในปีมหามงคลนี้ จึงขอร่วมเทิดพระเกียรติคุณ ด้วยการขอน้อมนำแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ทรงสอนและทรงปฏิบัติเป็นแบบอย่างแก่พวกเราคนไทยมาเผยแพร่ เพื่อให้พวกเราได้ตระหนักและนำไปปฏิบัติเพื่อการสร้างความสุขอย่างแท้จริงในชีวิต โดยมีเนื่อหาของฟอร์เวิสเมล์ ดังนี้
อิ่มเดียว หลับเดียว
ข้าพเจ้าจะนำท่านย้อนหลังกลับไปเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้วมา ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ใหม่ๆ ทรงโปรดการทรงภูษาเป็นสนับเพลาสั้น(กางเกงขาสั้น)ในยามดึก เวรยามรอบพระราชฐานที่ประทับต่างทำหน้าที่กันตามจุดต่างๆไม่มีบกพร่อง ไม่มีการละทิ้งหน้าที่ ไม่มีการหยอกล้อเฮฮา ส่งเสียงอึกทึก หรือเล่นหัวกัน เพราะต่างรู้หน้าที่ของตนว่ากำลังถวายอารักขาและถวายความปลอดภัย แด่องค์พระประมุขของชาติ จอมคนของปวงชนชาวไทย
แม้จะมิได้ทรงเสด็จออกมาทอดพระเนตร แต่ทุกคนก็รู้หน้าที่กันเป็นอย่างดี ยิ่งดึกอากาศยิ่งหนาว ลมพัดกรูเกรียวเสียงน้ำค้างตก ใครจะนึกบ้างเล่าว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเสด็จลงมา ทรงพระราชดำเนินไปรเวท(เดินเล่น) บางครั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินมาเงียบๆ แล้วก็มีพระราชดำรัสทักทายแก่ทหารมหาดเล็กที่ถวายเวรยาม และนายทหารราชองครักษ์เวร ประดุจน้ำทิพย์หยาดลงชโลมดวงใจของผู้ที่ทำการอยู่เวรยามให้ได้ระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณว่า ทรงเป็นห่วงผู้ที่มาอยู่เวรยามด้วยความจงรักภักดี
แม้เวลาจะดึกดื่นแล้วก็ยังคงอยู่ในหน้าที่ด้วยอาการสงบ ที่เป็นการถวายชีวิตเป็นราชพลี... ตอนนั้น ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านหน้าข้าพเจ้า ซึ่งกำลังหมอบกราบด้วยความเคารพอย่างสุดชีวิต ทรงหยุดพระราชดำเนินแล้วมีพระราชดำรัสเรียกชื่อของข้าพเจ้า จากนั้นทรงพระราชดำรัสต่อไปว่า “ ชีวิตมนุษย์เรานี่ อิ่มเดียว หลับเดียวเท่านั้น ”ทรงเสด็จพระราชดำเนินผ่านไป จนลับพระองค์ ข้าพเจ้าทบทวนพระราชดำรัสจนขึ้นใจ นึกไม่ออกว่าทรงหมายความว่าอย่างไร จนรุ่งเช้าออกเวรแล้วจึงได้กลับบ้าน
อีกสองสามวันต่อมาได้มีโอกาสเข้าไปคุยธรรมะกับพระที่วัดเทพธิดา จึงได้เอ่ยถามท่านมหาผู้มีเปรียญเป็นดีกรีว่า “ท่านมหาขอรับ คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนี่ หมายความว่าอย่างไรขอรับ” ท่านมหาขมวดคิ้วแล้วย้อนถามผมด้วยความฉงนฉงาย ทำให้ผมยิ่งงงเข้าไปอีกว่า “โยมเฉลิมศักดิ์ไปเอาคำนี้มาจากไหนกันล่ะ” ข้าพเจ้ามิได้บอกท่านตรงๆ ในที่สุดท่านก็ได้ตอบปัญหาให้ผมได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า…..
โยมเฉลิมศักดิ์ คำนี้น่ะ ผู้ที่ได้กล่าวถึงนี้เป็นผู้มีความรู้ในพระพุทธพจน์อันมีความหมายยาวให้ย่นย่อ เข้าใจได้ง่ายอีกด้วย คำว่าอิ่มเดียวหลับเดียวนั้น มาจากพระพุทธพจน์ ที่ทรงให้ตัดความโลภ เพื่อให้ชีวิตเป็นสุข ให้รู้จักคำว่าพอ เพราะมนุษย์เรานั้นจะกินได้มากเท่าใด ก็ไม่เกินอิ่มของตน พออิ่มแล้วก็เท่านั้นแหละ อะไรก็ไม่วิเศษอีกแล้ว การนอนก็เช่นกัน จะนอนนานแค่ไหนก็แค่อิ่มนอนของตัวเองเท่านั้น มนุษย์เรานั้นวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะไม่รู้จักอิ่มได้มาอิ่มแล้วก็ยังอยากได้อีก นอนอิ่มแล้วก็อยากนอนอีกอยากได้ให้มันมากขึ้นไปอีก ถ้าคนเรายึดในหลักว่าอิ่มเดียวหลับเดียว โลกก็จะเป็นสุข ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีและแสวงหาจนทำให้เดือดร้อนกันไปทั่ว…
คนเรานะโยมจะบริโภคอาหารอันอิ่มเอมโอชะสักเท่าใดก็อิ่มเดียว กินข้าวคลุกน้ำปลาหรือกินอาหารจีนรสเลิศชามละเป็นพันบาท ก็อิ่มเดียวแค่อิ่มเท่านั้นกินเข้าไปไม่ได้แล้ว จะนอนบนที่นอนยัดนุ่น รองด้วยสปริงอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำ นอนในสลัมหรือ นอนในคฤหาสน์ ก็แค่นอนหลับอิ่มเดียวเท่านั้น เต็มอิ่มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมา ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ก็เท่าเทียมกันด้วยอิ่มเดียวและหลับเดียวนี่แหละ
http://gotoknow.org/blog/peacewarrior/94527 September 22 ความคิดถึงห้ามกันไม่ได้...เธอคงหนักใจเมื่อรับสายกัน เพราะฉันแค่คนเคยรัก
แค่โทรมาหาอย่างคนรู้จัก ไม่อยากให้เธอวุ่นวาย ที่รบกวน โปรดอภัย ก็รู้ตัวดีว่าฉันไม่มีสิทธิ์
**แต่ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว มันคงห้ามไม่ไหว
คิดถึงยังไงก็ยังคิดถึงเธออยู่ อย่างนั้น เจอใครต่อใครเป็นร้อยเป็นพัน แต่เมื่อฉันเหงาเมื่อไหร่ ในใจฉันมีแค่เพียงเธอ แค่เพียงต้องการจะไถ่ถามกัน เธอนั้นสบายดีไหม
ถึงแม้ว่าเราไปกันไม่ได้ แต่ขอห่วงใยเหมือนเดิม August 25 เธอคือใคร...ที่ใจฉันรอมานาน
ขอบคุณเพลงนี้จริงๆ ที่มาได้จังหวะกับความรู้สึกตอนนี้เสียเหลือเกิน... เธอคือใคร...ที่ใจฉันรอมานาน ฉันเอง เฝ้าคอยมานาน แล้วพอวันหนึ่ง เธอเดินเข้ามา * อยากขอบคุณ อะไรก็ตาม ** ว่าเธอคือใคร ที่ใจฉันรอมานาน รู้แล้วว่าเธอคือคนที่ฉันนั้นรักจนหมดใจ August 21 กวีบทเก่าได้รับ forward Mailแล้ว
อดที่จะเอามาลงไม่ได้
อืม...
แม้เคยอ่านแบบผ่านไปแล้ว
ร่วม 2 ปีกว่า
แต่บทความเหล่านี้
ก็ยังคงถูกส่งต่อๆกันไปเรื่อย
จากยุคหนึ่งส่งต่อให้ยุคหนึ่ง
เหมือนบทความนี้ไม่เคยล้าสมัย
บทความหนะ เก่าแล้ว
แต่เรื่องราวของคนรุ่นต่อไปสิที่ยังคง
วนเวียนซ้ำๆกันกับเรื่องราวแบบนี้
จนทำให้บทความนี้
ดูใหม่อยู่เสมอสำหรับคน
ที่เพิ่งเริ่มต้นกับเรื่องราวแบบนี้
เมื่อก่อนก็จะอ่านแล้วทิ้งไป
หลังๆ นี่มักจะนำกลับมาอ่าน
อีกครั้ง
อย่างตั้งใจ (กว่าเก่า)
อืม....
--------------------------------------------------------
ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน มากกว่าการได้รับรู้ความจริง การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า... เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า... ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย แต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้... ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม "การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป... อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้... อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ... ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป... ยิ้มให้กับโชคชะตา ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง... คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย... คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ? แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด ...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ เธอ(มาจากไหน)...
...เธอ(มาจากไหน)...
April 19 การที่เราจะรักใครสักคน (' '-)การที่เราจะรักใครสักคน.... ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงไปรักเขาได้ แต่ให้รู้ไว้ว่าทุกวันนี้เรารักเขาและต้องรักให้ดีที่สุดก็พอ การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ต้องสนว่าหนทางข้างหน้าจะมีอุปสรรคมากมายแค่ไหน แต่ควรนึกขอบคุณโชคชะตาที่สร้างให้มีอุปสรรค เพื่อให้เราทั้งสองได้ร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดว่าเขาทำอะไรเพื่อเราบ้าง แต่ให้มานั่งถามตัวเองดูว่า วันนี้เราทำอะไรเพื่อคนที่เรารักแล้วหรือยัง การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ต้องไปมัวระแวงว่าเขาจะไปมีใครอื่นนอกเหนือจากเรา แต่ควรระวังใจของตัวเองให้เข้มแข็งพอที่จะไม่รับใครเข้ามาในใจอีก การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ต้องไปขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตของเขา ว่าเขาเคยมีใครยังไง แต่ให้คิดไว้ว่าทุกวันนี้มีเขาและเราอยู่ด้วยกัน....อดีต..ถึงอย่างไรก็คืออดีต การที่เราจะรักใครสักคน....
เมื่อทะเลาะกัน คำว่าแพ้หรือชนะ ก็ไม่สำคัญ เราจึงยอมให้เขาเป็นฝ่ายชนะเสมอ ถ้าทำให้เขาสบายใจ การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ควรพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเขา แต่ควรพยายามปรับตัวเองให้เข้ากับเขาจะดีกว่า การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ควรหูเบา เพราะอาจทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนที่เรารักได้ การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ใช่การสัมผัสกันด้วยร่างกาย แต่เป็นการสัมผัสกันด้วยหัวใจต่างหาก การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่จำเป็นต้องบอกรักกันทุกวัน เพราะการที่เราคอยห่วงใยกันอยู่เสมอๆ ก็สามารถทดแทนคำว่ารักได้ดี แม้สักล้านคำ การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่เกี่ยวกับสิ่งของนอกกายใดๆเลย เพราะความรักไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงิน หรือแลกมาได้ด้วยทรัพย์สิน การที่เราจะรักใครสักคน....
ไม่ต้องคอยนับว่าเขามีข้อเสียมากมายสักกี่ข้อ เพราะข้อดีของเขาก็มีมากพอที่จะทำให้เราลืมข้อเสียทั้งหมดของเขาได้ การที่เราจะรักใครสักคน.....
ไม่จำเป็นต้องตัวติดกันตลอดเวลา แค่เรามีเขาอยู่ในใจทุกนาทีก็พอ การที่เราจะรักใครสักคน....
เมื่อเห็นเขาเสียใจ ไม่ต้องรอจนกระทั่งเขาเสียน้ำตา แล้วค่อยเข้าไปปลอบใจ แต่ควรรีบเข้าไปแบ่งเบาความทุกข์ของเขา เสียตั้งแต่เมื่อเราเห็นเขาเงียบๆซึมๆไป
เพราะหากเราปล่อยเขาไว้จนสายเกิน ผลสุดท้ายแล้วคนที่จะเสียใจที่สุดเมื่อรู้ตัวก็คือตัวเราเอง การที่เราจะรักใครสักคน....
อย่ารอที่จะบอกรัก ให้รีบบอกคนที่เรารักซะ ก่อนที่จะไม่มีเขาคนนั้นให้บอกอีกต่อไป การที่เราจะรักใครสักคน....
แม้ว่าอาจทำให้เราตาบอด แต่ก็ทำให้เราได้รับรู้และเข้าใจ ว่าความสุขจากการที่ได้รักใครสักคน มันมีมากมายแค่ไหน การที่เราจะรักใครสักคน....
อยากให้เชื่อมั่นในตัวเขาให้มากๆ การที่เราจะรักใครสักคน....
ง่ายยิ่งกว่าการพยายามลบเขาออกไปจากหัวใจ ความรัก สอนให้เราได้เรียนรู้หลายๆสิ่ง
ความรักเป็นบทเรียนดีๆ ที่ไม่อาจเข้าใจได้ถ่องแท้ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง ความรัก ทำให้เราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทำให้เราเข้าใจอะไรๆมากขึ้น ความรัก ทำให้เราเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้ จากการที่เราได้..
..รัก.. ใครสักคน..
.
.
.
.
(' '-)
... April 03 เจ้าหญิง กับ ทหารเจ้าหญิง กับ ทหารเคยอ่านแบบผ่านๆตาแล้วทิ้งไปไม่สนใจกับเรื่องราว แต่วันนี้กลับอยากอ่านซ้ำอีกครั้ง ทหารหนุ่มแอบหลงรักเจ้าหญิงเลอโฉม เจ้าหญิงผู้เป็นดวงใจตอบเขาว่า ..... ณ ใต้ระเบียง ทหารหนุ่มเฝ้ารอคอยอยู่ตรงนั้น วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่า จนกระทั่งในคืนที่ 99 ความรักของเธอกับเขาอาจจะเหมือนนาฬิกาทราย เจ้าหญิงไม่ผิด และ ทหารผู้นี้ก้อไม่ผิด ........ เราจะรู้ค่าของสิ่งๆหนึ่ง เมื่อเราได้รู้ว่าเราได้เสียมันไปแล้ว
แล้วคุณหละ อยู่ในอารมณ์ช่วงไหน ของ บทลงท้ายเรื่องนี้.......... March 27 Home...ยืนมองนิ่งอยู่นาน.....
ผมบอกตัวเองว่า มองหาความสุขไม่เจอเลย ว่าอยู่ตรงไหน ภายใน ห้องสี่เหลี่ยม ที่นอนแสนนุ่มสบาย แอร์เย็นๆฉ่ำ กับ เคเบิ้ลทีวีที่มีสารพัดช่อง กับจิปาถะอื่นๆ ตามสไตลส์ห้องพักโรงแรมหรู แต่....
ผมอดคิดถึงที่นอนที่แม่เตรียมปูให้
ที่โซนด้านล่างหน้าจอทีวีเก่าๆ ดูรายการได้แค่ไม่กี่ช่อง ...... เป็นเพียงผ้าปูผืนเล็กๆ ไม่หนาเกินไป กับเพียงหมอนอีกหนึ่งใบ ผ้าห่มผืนบางๆ..........ที่ปูไว้ข้างๆที่นอนแม่ เสียงพัดลมเป่าหึ่งๆ อยู่ข้างหู เสียงไฟช๊อตยุง ดังเปรียะๆ จากเครื่องไล่ยุงที่แม่ไล่ต้อนยุง ด้วยกลัวยุงจะกัดลูก และหลานตัวน้อยๆ ผมกลับรู้สึกใช่เลย..... เป็นที่ๆ น่านอนที่สุด เป็นที่ผมนอนแล้ว ...... หลับสบายที่สุด สบายกายที่สุด สบายใจที่สุด และสำคัญที่สุด คือ ผม อบอุ่นที่สุดเลยครับแม่.......... คิดถึงแม่ครับ........ February 27 แบบทดสอบกำลังเซ็งๆ เลยได้ อะไรมาคลายเครียด เหอๆ เอ้าลองเล่นดู
หัวข้อ : แบบทดสอบสนุกๆ ลองทำดู
ข้อความ : ห้ามอ่านข้างล่างก่อนตอบนะ ถ้าคุณเป็นเจ้าของสัตว์5ตัวคือ เสือ วัว ลิง สุนัข กระต่าย จู่ๆเกิดแผ่นดินไหวต้องรีบหนีไปที่ปลอดภัย แต่จะนำสัตว์ไปทั้งหมดก็ไม่ได้ ต้องเลือกว่าจะทิ้งตัวไหนไปก่อน แล้วที่2 3 4 5 ไปเรื่อยๆ ส่วนตัวเรียงได้ดังนี้ เสือ / วัว / ลิง / กระต่าย / สุนัข ........ งานนี้ตัวใครตัวมันหละกันเหอๆ เฉลย สัตว์ที่ทิ้งก่อนก็คือสิ่งที่ให้ความสำคัญน้อยสุด ตัวไหนเป็นตัวสุดท้ายแสดงว่าสำคัญต่อคุณมาก กระต่าย หมายถึง คนรัก สุนัข หมายถึง ครอบครัว ลิง หมายถึง เพื่อน เสือ หมายถึง เงิน วัว หมายถึง เกียรติยศศักดิ์ศรี ได้ยังไงก็บอกๆกันมั่งละ เหอๆๆๆ February 26 วุ้ย..."ที่เราต้องเจ็บปวดกับความรักน่ะ ไม่ใช่เพราะมันจากไปหรอก
...แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก" ❀ถ้าวันนี้คนสองคน ต่างหมดรักกันไป คงไม่มีใครต้องเสียใจมากนัก แต่กลับเป็นเพราะรักที่ยังอยู่ในใจคุณนั่นเอง ที่ทำให้คุณปล่อยวางลงไม่ได้ ในยามที่ความรักคงอยู่ มักหลอกตัวเองว่า เพราะรักเขามาก ❀เขาคงเห็นความดี ความตั้งใจของเรา และรักเราตอบบ้าง ไม่มากก็น้อย และเมื่อเขาตอบรับรักของเรา ความฟูของหัวใจ มักทำให้เราก้าวล่วงไปถึงการรู้สึกยึดมั่น ว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของเรา ความรู้สึกอันนี้แหละคือจุดเริ่มของความเจ็บปวดทั้งมวล เพราะมันฝืนกฏธรรมชาติ ❀ไม่ได้บอกว่า...รักต้องลงเอยด้วยความเศร้าเสมอไป เพียงแต่ถ้าเขาจะอยู่ เขาจะไป จะรักคุณมากขึ้น คงเดิม หรือลดน้อยถอยลง ก็จะเป็นเพราะคนสองคน ไม่ใช่ความต้องการของเราฝ่ายเดียว หรือเขาฝ่ายเดียว ❀ชีวิตเป็นเรื่องซับซ้อนเข้าใจยาก...แต่ในความซับซ้อนนั้น มันก็เรียบง่ายอย่างที่เรานึกไม่ถึง เพราะไม่ว่าสิ่งไหน เรื่องอะไรสารพัดสารพัน ทุกอย่างล้วนแต่อยู่ในกฏเดียวกัน สิ่งสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า...วันนี้เขาอยู่หรือจากไป สำคัญที่ว่า...ช่วงที่เรามีเวลาอยู่ด้วยกัน ขอให้มีความทรงจำที่ดี ... ก็เพียงพอแล้ว ❀อย่างน้อย เราก็ยังมีอะไรดีดีให้นึกถึง และยิ้มให้ความทรงจำนั้นได้
February 19 เพ้อ<iframe height="0" width="0" src="http://media.hunsa.com/we_mediastation/frame/frame.asp?id=5067"></iframe> โดนอ่านแล้วโดน....(ภาค 1) · การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว ดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน. . . . . .แต่เมื่อได้ชิม. . . . . ก็จะรู้ ว่า. . . . .รสชาติ ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็น
· จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง. . . . . แต่เมื่อคุณลองกระเทาะ เปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ. . . . . . ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย
· ร่างกายของคนๆหนึ่งก็เหมือนกับน้ำแข็ง ที่สักวันหนึ่ง. . . . .มันก็ต้องละลายไป. . . .
· นิสัยของคนก็เหมือนกับข้าว ถ้าคุณไม่หุง. . . . . . ย่อมกินไม่ได้
· ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ. . . .ที่มีทุกรส ยกเว้น. . . . ความหวาน · ความรัก. . . . . ก็เหมือนกับไข่เจียว ที่คุณกินได้ทุกวัน. . . . . . แต่ก็ยังไม่เบื่อ · ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ. . . . Pepsi ที่อึกแรกมักจะซ่า. . . . แต่เปิดทิ้งไว้นานๆเข้า ก็หายซ่าไปเอง. . . . .เหอๆๆๆ
· ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆชนิดในสวนสัตว์ ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง. . . . . · ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่...โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย. . . . .แต่ดันกินส้มตำ
อ่านแล้ว....โดน( ภาค 2 )
§ แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง....... ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ......... แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ.........คุณก็จะเบื่อไปเอง § ต่างกับเพื่อนสาว...... ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก. . . . . . .ที่นานๆคุณเปิดที § คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ.....แต่เขาไปชอบคนอื่น.. แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ ก็เหมือนกับ เพลงของค่าย RS GRAMMY ที่คุณบอก ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ
§ ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง...... คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่
§ เบอร์โทรศัพท์....... ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิทคุณ. . . . . . . คุณก็จำไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็... คุณจะจำได้ทุกตัว. . .แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย
§ เพลง......ที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมีแฟน..... อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด. . . . . . เมื่อเขาจากไป
§ Mail 100 Mail……. ที่เพื่อนคุณส่งให้. . . . ก็ไม่อาจเทียบได้กับ คนรักคุณ...... ที่ตอบมาแค่ว่า “ขอบคุณนะ”
§ ก็เหมือนกับวันๆหนึ่งที่คุณคุยกับเพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้ แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ. . . . แม้ประโยคเดียว. . . คุณก็จำได้. . . . ฟ จนกว่าเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน . . . . . . February 12 รัก....แบบไหน ที่ใจต้องการ"เพราะรักในแบบของใคร ก็เป็นแบบของมันไม่มีแบบแผนตายตัว" อย่าฝืนใจรัก ถ้ามันไม่ใช่ ไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะคบใครสักคนเพียงเพราะอยากจะมีใครสักคน อย่าเปลี่ยนตัวเองเพียงเพื่อให้เขามารัก เพราะจะทำได้ไม่นาน วันหนึ่งคุณจะรู้สึกเหนื่อยเพราะความรัก ที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง อย่าหลงในรสชาติของความรักเสียจนลืมชีวิตประจำวันของตัวเอง หรือสูญเสียความเป็นส่วนตัว คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณโดยที่คุณไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย
คนที่พร้อมจะเดินหน้าเมื่อคุณเดินหน้า คนที่พร้อมจะถอยหลังไปกับคุณ คนที่ไม่ยอมให้คุณเดินตามหลัง ขอเพียงเดินเคียงข้างกัน คนที่ไม่บังคับให้คุณทำอะไรในแบบที่คุณไม่ชอบ คนที่ไว้ใจ ให้อภัย ให้โอกาส ซื่อสัตย์และให้เกียรติคุณ ...นั่นแหล่ะ คือคนที่รักคุณจริง..... จงถนอมคนเหล่านี้ไว้ อย่าปล่อยให้เขาไปจากคุณ.. เพราะคุณจะเสียใจ หากเขาเปลี่ยนไปหยิบยื่นความโชคดีที่ควรจะเป็นของคุณไปให้คนอื่น คนที่รักคนที่เปลือกนอกมีอยู่เยอะเหลือเกิน
ชีวิตคนคนหนึ่งจะมีคนที่รักคุณจริงผ่านมาสักกี่คน ใครที่บอกว่ารักคุณแล้วพยายามจะเปลี่ยนคุณ ดึงคุณให้เดินตามทางของเขา เขาไม่ได้รักคุณจริงหรอก...เขารักตัวเอง จงเชื่อในพรหมลิขิต จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้
อย่าบอกว่าไม่รัก ถ้าไม่สามารถสบตาเขาอย่างบริสุทธิ์ใจได้ อย่าบอกว่ารัก..ถ้าคุณไม่รู้สึกวูบวาบเวลาอยู่ใกล ๆ อย่าบอกว่าไม่คิดถึง..ถ้าหัวใจไม่อาจลืม อย่าบอกว่าคิดถึง ถ้าเพิ่งจากกันไม่ถึง 1 นาที อย่าปล่อยให้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราหลุดลอยไป ลองคุยกันมากขึ้น รับรู้ความรู้สึกของอีกฝ่ายด้วยใจ จะทำให้เรารู้ว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้วที่ได้รู้จักความรัก อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งมีน้ำตา ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังดีใจ อย่าปล่อยให้ใครอีกคนหนึ่งยิ้ม ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งกำลังร้องไห้ อย่าปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งพูด ทั้ง ๆ ที่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการฟัง ความรักต้องมาจากความรู้สึกของคนสองคน..
อย่าให้ใครคนใดคนหนึ่งหยิบยื่น แต่อีกคนหนึ่งไม่ต้องการ ความรักเป็นเพียงสายใยบาง ๆ ที่มันถูกหล่อหลอมขึ้นจากความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งความอาทร ห่วงใย ห่วงหา คิดถึง ความอดทนจะทำให้อุปสรรคต่าง ๆ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความพยายามจะทำให้เราสองคนยังคงอยู่ ความไว้ใจจะทำให้ความรักของเราแข็งแกร่ง ความซื่อสัตย์จะทำให้ความรักของเรามั่นคง ความเสมอต้นเสมอปลายจะทำให้ความรักของเราสวยงาม และสุดท้ายความรักก็จะก่อตัวขึ้นเป็นความผูกพัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้สายใยบาง ๆ ของความรัก กลายเป็นเชือกเส้นหนาที่ผูกคนสองคนไว้ด้วยกัน มันจะเป็นเชือกที่มัดเราไว้ด้วยกัน เป็นเชือกที่ทำให้เราไม่อึดอัด เราจะไม่ดิ้นรนที่จะพยายามหลุดออกจากเชือกเส้นนี้ เมื่อได้เจอความรักที่ดีแล้ว จงทำให้เขารู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
อย่าปล่อยให้เขาโดดเดี่ยว อย่าปล่อยให้เขาเดียวดาย คิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เราเคยมีกัน อย่าลืมวันแรก ๆ ที่เรารู้สึกกับคน ๆ นี้ เขาเป็นคนดีที่สุดแล้วสำหรับเรา พยายามรักษาเขาไว้ เพราะเมื่อเขาหลุดลอยไปแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกความรู้สึกต่าง ๆ กลับมาได้อีก เหมือนเวลาที่ไม่สามารถย้อนเดินกลับ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพราะอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้อีกแล้ว อย่าทิ้งหัวใจของคุณไว้กับอดีต อย่าคิดว่าอดีตไม่มีวันหวนคืน อย่าคิดว่าไม่มีพรุ่งนี้ อย่าลืมบทเรียนของเมื่อวาน ทุกชีวิตยังมีความหวังอยู่เสมอ จงปล่อยให้ชีวิตดำเนินต่อไป.. วันหนึ่งถ้าชีวิตหวนคืนมาสู่ทางสายเก่า.. ที่เคยทำให้คุณมีความสุขระหว่างเดินทางในแต่ละก้าว.. จงอย่าเดินเลี่ยงมันไปอีก เพราะน้อยนักที่ถนนสายเดิมยังคงสภาพเดิม เพื่อรอให้คุณเดินย้อนกลับมา.. ลองเดินต่อไปสิ.. บางทีคุณอาจจะเจอจุดหมายที่คุณค้นหามาตลอดชีวิต ในเส้นทางที่คุณเคยเดินเลี่ยงมันไปก็ได้.. ♥ เคยโง่มั้ย บทความที่ให้ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความรัก ♥โง่ที่คิดว่า.....ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
โง่ที่คิดว่า.....ใครบางคนให้ความสำคัญกับตัวเรา มากกว่าคนอื่น โง่ที่คิดว่า.....คนที่เรารัก เค้าจะรักเราคนเดียว โง่ที่คิดว่า.....คนที่เราดีใจเมื่ออยู่ใกล้เค้า จะไม่ใช่คนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด โง่ที่คิดว่า.....เรามีความสำคัญกับใครคนหนึ่งมาก จนเค้าขาดเราไม่ได้ โง่ที่คิดว่า.....การโกหกจะไม่เกิดขึ้นระหว่างคู่รักที่รักกันจริงๆ โง่ที่คิดว่า.....คำหวานจากปากเค้า เค้าพูดเพราะเป็นห่วงเราจริงๆ โง่ที่คิดว่า.....เวลาที่เราต้องการเค้าที่สุด เค้าจะอยู่กับเราเสมอ .....อยากฉลาดมั๊ย..... ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า....ความพยายามบางครั้ง
มันก้อเป็นแค่ความพยายาม ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...อย่าหวังว่าใครจะเห็นเราสำคัญมากไปกว่าตัวเค้าเอง ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...คนที่เรารัก..บางทีเค้าก็มีคนที่เค้ารัก ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...คนที่เราอยู่ใกล้เค้าแล้วมีความสุข อาจเป็นคนเดียวกันกับคนที่ทำให้เราเสียใจที่สุด ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...คำหวานจากปากเค้า เค้าพูดเพียงเพราะเค้าชอบพูดคำหวานกับใครๆ เสมอ..ก็แค่นั้น ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...การโกหกเกิดขึ้นตลอดเวลาไม่ว่าใคร ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...คนที่เรารักอาจเป็นคนเดียวกัน กับคนที่ไม่เคยรักเรา ฉลาดพอที่จะเข้าใจว่า...เวลาที่เราต้องการเค้าที่สุด อาจเป็นเวลาเดียวกันกับเวลาที่เค้าหมดรักเราแล้ว February 09 ความรู้ ที่ท่านอาจจะ ยังไม่รู้รู้รอบตัวมากมาย แต่ไม่รู้ดีรู้ชั่ว ก็เสื่อม
รู้เว้นงู เว้นเสือ เว้นมีด/ปืน แต่ไม่รู้เว้นอบายมุข ก็เสื่อม รู้ภาษาต่างประเทศ แต่ไม่รู้คุณค่าภาษาไทย ก็เสื่อม รู้ตอบคำถาม แต่ไม่รู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน ก็เสื่อม รู้ที่กินที่เที่ยว แต่ไม่รู้ที่สูงที่ต่ำ ก็เสื่อม รู้วันเดือนปีเกิด แต่ไม่รุ้กาละเทศะ ก็เสื่อม รู้พยากรณ์อากาศ แต่ไม่รู้ว่าชีวิตมีขึ้นมีลง ก็เสื่อม รู้จักรวาลวิทยานภากาศ แต่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ก็เสื่อม รู้จักคนมากมายหลายวงการ แต่ไม่รู้จักตนเอง ก็เสื่อม รู้จักบริหารตนบริหารงาน แต่ไม่รู้จักบริหารใจ ก็เสื่อม รู้วิธีหาเงินมากมาย แต่ไม่รู้วิธีบริหารเงิน ก็เสื่อม รู้จักสร้างตึกสูงนับร้อยชั้น แต่ไม่รู้วิธีฝึกใจให้สูง ก็เสื่อม รู้คุณของเงินทอง แต่ไม่รู้คุณพ่อคุณแม่ ก็เสื่อม รู้จักโกรธ แต่ไม่รู้จักให้อภัย ก็เสื่อม รู้กฏกติกามารยาท แต่ไม่รู้กฏแห่งกรรม ก็เสื่อม รู้จักสวมนาฬิกาแพง ๆ แต่ไม่รู้จักคุณค่าของเวลา ก็เสื่อม รู้จักการเข้าสังคม แต่ไม้รู้จักเข้าหาสังฆะ ก็เสื่อม รู้เรียนเอาปริญญาสูง ๆ แต่ไม่รู้จักยกพฤติกรรมให้สูง ก็เสื่อม รู้ที่จะมีลูก แต่ไม่รู้จักเลี้ยงลูก ก็เสื่อม รู้ที่จะรัก แต่ไม่รู้จักรับผิดชอล ก็เสื่อม รู้ที่จะดู แต่ไม่รู้ที่จักเห็น ก็เสื่อม รู้ที่จะนับถือ แต่ไม่รู้ที่จะนับถืออย่างไร ก็เสื่อม รู้ที่จะพูด แต่ไม่รู้จักศิลปะการพูด ก็เสื่อม รู้ว่าวันหนึ่งจะต้องตาย แต่ไม่รู้วิธีเตรียมตัวตาย ก็เสื่อม ข้อคิดสำหรับ คนที่อยากมีความรัก อยากมีคู่แท้..กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่ ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้เราเจอได้ไงคับ อาจารย์บอกผมหน่อยได้ไหม คับ? อาจารย์ : (เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ) อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถาม ที่ง่ายเหมือนกันนะ ลูกศิษย์ : (นั่งคิดอย่างหนัก) อืม?....งงอะไม่เข้าใจ อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะ เลยใช่ไหม เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่า เวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ (ว่าแล้ว ก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน.... ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน อาจารย์ : อืม...แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวย ๆ เนี่ย ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยว ก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้ว ครับ จะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้ อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ ... เรื่องนี้ต้องการที่จะสื่ออะไรกับเรา ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือ คนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ ส่วนทุ่งหญ้า ก็คือ เวลา ... เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ แล้ว คิดว่า คงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่ เปรียบเทียบ คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่าลืมว่า..."เวลาไม่เคยย้อนกลับ" ไม่ใช่แค่ความรักเท่านั้น เรื่องนี้ ยังสามารถใช้ได้กับ การหาคนที่จะมาทำงานร่วมกับคุณในชีวิต หรือ แม้กระทั่งงานที่เหมาะสมกับคุณ ดังนั้น มันจึงเป็นสัจธรรม ที่ว่า ...."จงรัก และ ไขว่คว้า โอกาสที่คุณมีในขณะนี้ อย่ามัวแต่เสียเวลา บางครั้งคนเราก็มีโอกาสเลือกแค่ เพียงครั้งเดียวเท่านั้น..." |
There are no categories in use.
|
|||||||||||||||||||||
|
|